สมุนไพรไทยช่วยลดไขมัน

สมุนไพรไทยช่วยลดไขมัน

ประโยชน์จากสมุนไพรไทย 10 ชนิด ที่ช่วยลดไขมันในร่างกายได้เป็นอย่างดี หาได้ง่ายๆ และนอกจากจะช่วยลดไขมันแล้วยังช่วยป้องกันและรักษาโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย

  1. กระเจี๊ยบแดง ช่วยลดระดับไขมันที่ไม่ดี และเพิ่มระดับไขมันดีในร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่มาก ช่วยชลอวัย ต้านมะเร็ง และรักษาอาการปัสสาวะขัด เพราะกระเจี๊ยบมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย 
  2. กระเทียมสด มีสารยับยั้งการสร้างคอเรสเตอรอลในร่างกาย ลดระดับไขมันในเส้นเลือด ป้องกันการแข็งตัวของเลือด ลดความดันโลหิตสูง ป้องกันการอักเสบ มีฤทธิ์ต้านการก่อไขมันอุดตันในหลอดเลือด วิธีการกินกระเทียมเพื่อลดความดันโลหิตสูงหรือลดไขมันในเลือดสูงคือ นำกระเทียมบดหรือตำละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร 3 มื้อ เช้า กลางวัน และเย็น 
  3. ดอกคำฝอย มีกรดไลโนเลอิกอยู่มาก ซึ่งกรดชนิดนี้ทำปฏิกิริยาต่อไขมันในเส้นเลือด ไขมันจะถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ ทำให้ไขมันในร่างกายลดลง การดื่มน้ำดอกคำฝอยจะช่วยให้น้ำหนักไม่เพิ่มและลดการเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ 
  4. ถั่วลันเตาช่วยลดไขมันและคอเรสเตอรอลในเส้นเลือดได้ ที่สำคัญสามารถดูดซึมสารพิษและไขมันในร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยการขับสารพิษและไขมันออกทางอุจจาระ ทำให้ร่างกายไม่มีสารพิษตกค้าง และยังช่วยบำรุงตับได้อีกด้วย 
  5. มะเขือยาว ช่วยยับยังการดูดซึมคอเรสเตอรอลผ่านผนังลำไส้ ควรอบหรือเผาแทนการทอด เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำมัน 
  6. เสาวรส มีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี 
  7. เห็ดฟาง ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยบำรุงหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตเป็นอย่างดี 
  8. หอมแดง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดคอเรสเตอรอลในเส้นเลือด และลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตและโรคหัวใจได้ 
  9. หอมหัวใหญ่ มีสรรพคุณช่วยสลายลิ่มเลือด และลดไขมันในเลือดได้ด้วย 
  10. ขิง การใส่ขิงสดในอาหารที่มีคอเรสเตอรอลผสมอยู่ จะช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลในเลือดและตับได้ แนะนำให้กินขิงแบบสดพร้อมกับอาหาร หรือดื่มน้ำขิงจะได้ประโยชน์สูงสุด 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกระเทียม

  • กระเทียมสามารถใช้เป็นยาแก้ปวดฟันได้ โดยนำกระเทียม 1 กลีบ มาบดให้ละเอียด ผสมเกลือเล็กน้อย นำไปอุดฟันที่ปวด จะช่วยลดอาการปวดฟันได้ 
  • วิธีกินกระเทียมให้เป็นยา ต้องกินกระเทียมที่สด ไหม่ และเป็นกระเทียมดิบ ควรบดกระเทียมให้ละเอียดก่อนรับประทาน และให้ทานพร้อมกับอาหาร หรือหลังจากทานอาหารไปแล้ว จะช่วยลดการระคายเคืองของกระเพาะอาหารได้ 
  • กินกระเทียมเพื่อลดอาการการจุกเสียดแน่นเฟ้อ ใช้กระเทียม 5-7 กลีบ บดให้ละเอียด ผสมน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ เกลือและน้ำตาลเล็กน้อย ทานหลังอาหารจะช่วยลดอาการจุกเสียดแน่นเฟ้อได้

การรักษาเบาหวานด้วยสมุนไพร

ประโยชน์ของเม็ดแมงลัก

ดื่มแอลกอฮอล์อย่างไรให้ปลอดภัย

ดื่มแอลกอฮอล์อย่างไรให้ปลอดภัย

แอลกอฮอล์ได้มาจากการหมักพืชผลทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด องุ่น นิยมนำมาใช้ทำเป็นเครื่องดื่มได้แก่ เหล้า ไวน์ และเบียร์

แอลกอฮอล์มีส่วนผสมของ เอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักสำคัญที่ทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการเมา เอทิลแอลกอฮอล์ที่อยู่ในเหล้า จะทำหน้าที่กดทับสมองไม่ให้ทำงานได้ตามปกติ คนที่ดื่มเหล้าจึงมีอาการ ขี้อวด ขี้โวยวาย ขาดสติ และไม่สามารถทรงตัวได้

การดื่มแอลกอฮอล์อย่างปลอดภัย

  1. ผู้หญิงไม่ควรดื่มวิสกี้ 35-40 ดีกรี เกิน 2 แก้วต่อวัน และไม่ควรดื่มเกิน 2 วัน ใน 1 สัปดาห์ เพราะจะทำให้สุขภาพทรุดโทรม ผิวไม่สวยและแก่เร็ว 
  2. ผู้ชายไม่ควรดื่มเกินกำหนดดังนี้ คือ เบียร์ 1 กระป๋อง ไวน์ 1 แก้ว และสก๊อตวิสกี้หรือสุราไทย 3 แก้วต่อวัน 
  3. ถ้าตอนเย็นจะไปดื่มเหล้า ตอนกลางวันให้กินอาหารเบาๆ ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต และทานโปรตีนและไฟเบอร์แทน 
  4. หลังดื่มเหล้าเสร็จร่างกายจะขาดน้ำ ให้ดื่มน้ำตามมากๆ 

แอลกอฮอล์แบบใหนดีที่สุด

  1. ไวน์แดงดีที่สุด เพราะไวน์แดงมีสารเรสเวอราทรอล (Resveratral) จัดเป็นวิตามินสมัยไหม่ชนิดหนึ่งที่ช่วยชลอความแก่และช่วยลดไขมันในเลือด ในไวน์ 1 แก้ว เท่ากับ 100-110 แคลอรี่ 
  2. ไวน์ขาว 
  3. วิสกี้ผสมน้ำเปล่า 
  4. ว้อดก้า 
  5. เบียร์ และเหล้าซ่าๆ เช่น แชมเปญ ควรหลีกเลี่ยงเพราะทำให้อ้วน บวม ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ดีกับเลือด ซึ่งมีแคลอรี่ 250-300 ต่อ 1 ขวด 

โทษของแอลกอฮอล์

  1. การกินแอลกอฮอล์มากๆ จึงทำให้ตับแข็งและอักเสบ โรคประสาท โรคหัวใจ และทำให้อ้วนได้ 
  2. ทำลายการทำงานของสมอง ทำให้ความจำเสื่อม ซึมเศร้า 
  3. ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำ 
  4. ปวดท้อง ปวดลำไส้ เนื่องจากเหล้ามีฤทธิ์เป็นกรด 
  5. ขาดสติ 
  6. มีกลิ่นตัว 
  7. มีบุคลิกขาดความน่าเชื่อถือ 

วิธีเลิกเหล้า

  1. แนะนำให้ค่อยๆ ลดเหล้าลงทีละน้อยถ้าหักดิบไม่ได้ โดยลดความถี่ เช่น จากสัปดาห์ละ 3 วัน เหลือสัปดาห์ละ 1 วัน และลดปริมาณ ลดขนาดแก้ว หรือดื่มแบบเจือจางมากๆ 
  2. ให้รางวัลตัวเอง โดยการซื้อของขวัญให้ตัวเองทุกสัปดาห์ที่คุณลดเหล้าได้ 
  3. ดึงตัวเองออกจากสภาพแวดล้อม หรือหลีกหนีจากเพื่อนในวงเหล้า 
  4. อย่าสิ้นหวัง การเลิกเหล้าไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถ อย่ายอมแพ้เสียก่อน 
  5. หากำลังใจจากคนในครอบครัว คนรัก หรือลูกๆ ของคุณ 
  6. ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ 
  7. ปรึกษาศูนย์บำบัด สายด่วน 1413 สามารถปรึกษาทุกปัญหาเกี่ยวกับสุรา 

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับแอลกอฮอล์

  • ในแอลกอฮอล์ 1 กรัม มี 7 แคลอรี่ ซึ่งจะถูกดูดซึมเข้ากระเพาะ 95% และถูกขับออกจากเหงื่อ ปัสสาวะและอุจจาระ 5% 
  • การดื่มแอลกอฮอล์วันละนิดอาจมีผลดีต่อสุขภาพบางประการ เช่น อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจลดลง 
  • การงดเหล้าเข้าพรรษา ทางการแพทย์ถือว่าไม่ดีต่อร่างกาย เพราะหลังจาก 3 เดือนแล้ว จะกลับมาดื่มหนักกว่าเดิม ทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน ถ้าไม่คิดจะเลิกแนะนำให้เปลี่ยนจากงดเป็นลดแทน 
  • การกินเหล้าทำให้เสียเงิน เสียสุขภาพและอาจเสียชีวิต 
  • ภายใน 1 ปี มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกจากการดื่มเหล้าถึง 2.5 ล้านคน หรือเฉลี่ย 5 คน ภายใน 1 นาที

โทษของการสูบบุหรี่ และวิธีเลิกที่ได้ผล

โทษของการสูบบุหรี่ และวิธีเลิกที่ได้ผล

โทษของการสูบบุหรี่ และวิธีเลิกที่ได้ผล

อัตราการเสียชีวิตของผู้สูบบุหรี่ทั่วโลกสูงถึงปีละ 10 ล้านคน มากกว่าการตายจากสงคราม อุบัติเหตุและโรคอื่นๆ บุหรี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนทั่วโลกเสียชีวิต

นอกจากให้โทษกับผู้สูบแล้ว ผู้ที่ไม่ได้สูบก็เป็นอันตรายเช่นกันหากสูดดมควันเข้าไป เพราะในควันบุหรี่ที่ถูกพ่นออกมานั้นมีความเข้มข้นของปริมาณสารพิษมากกว่าควัญที่ถูกสูดเข้าไปถึง 4 เท่าตัว

สารพิษสำคัญที่ใช้ทำบุหรี่

  1. นิโคติน เป็นสารเสพติด กระตุ้นสมองทำให้เราอยากสูบบุหรี่ เมื่อคนเริ่มสูบบุหรี่ร่างกายจะอยากได้สารนี้เพิ่มมากขึ้น ทำให้จากวันละ1-2 มวน เพิ่มมากขึ้นเป็นวันละ1-2 ซอง ร้อยละ 95 ของนิโคตินจะไปเกาะอยู่ที่ปอด บางส่วนจะไปอยู่ที่เยื่อหุ้มริมฝีปาก และบางส่วนจะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หลอดเลือดที่แขนและขาหดตัว เพิ่มไขมันในเส้นเลือดได้ 
  2. ทาร์ เป็นน้ำมันสกัดชนิดหนึ่งที่ได้จากการเผ่าไหม้ของใบยาสูบ ซึ่งประกอบด้วยสารพิษจำนวนมาก น้ำมันทาร์ที่ได้จากการเผาไหม้ของใบยาสูบ จะเข้าไปอยู่บริเวณทางเดินหายใจ หลอดลม และปอด เป็นต้นเหตุของเสมหะ ไอเรื้อรัง และมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งหลอดลม มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งไต มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น 

นอกจากนิโคตินและทาร์ที่เป็นสารพิษหลักในการผลิตบุหรี่แล้ว บุหรี่ยังมีสารพิษอันตรายกว่า 4,000 ชนิด รวมกันอยู่ในมวนบุหรี่

วิธีเลิกบุหรี่ง่ายๆ แต่ได้ผล

  1. เลิกโดยมีความมุ่งมั่น และตัดขาดจากการสูบบุหรี่เลย 
  2. ในการเลิกบุหรี่ 5 วันแรกจะเกิดอาการอยาก เพราะร่างกายเคยได้รับนิโคตินเป็นประจำอยู่หลายปี ควรมีการสนับสนุนและให้กำลังใจจากญาติพี่น้องและเพื่อนๆ 
  3. เมื่อมีอาการอยากบุหรี่ ให้ดื่มน้ำมากๆ เพื่อเป็นการขับสารนิโคตินที่ค้างอยู่ในร่างกายออก ซึ่งจะทำให้ร่างกายไม่อยากสูบบุหรี่อีก 
  4. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เพราะอาหารรัสจัดจะทำให้อยากสูบบุหรี่ 
  5. ผ่อนคลายความเครียด ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ 
  6. เปลี่ยนสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของตัวเอง 

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับบุหรี่

  • การสูบบุหรี่ 1 มวน ทำให้อายุผู้สูบสั้นลง 18 นาที นั้นหมายความว่า สูบบุหรี่ 1 ซอง จะทำให้เรามีอายุสั้นลงถึง 6 ชั่วโมง 
  • บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้ช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ แต่จะได้รับปริมาณสารนิโคตินมากขึ้นกว่าเดิม 
  • บุหรี่ 1 ตัว มีสารนิโคตินประมาณ 1.2 มิลลิกรัม ในบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ 1 ตัว มีสารนิโคตินถึง 18 มิลลิกรัม ดังนั้นการสูบบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ 1 มวน จะทำให้ได้รับสารนิโคตินมากกว่าการสูบบุหรี่ธรรมดาถึง 15 มวน 
  • นิโคตินเพียง 30 มิลลิกรัม สามารถทำให้ผู้ใหญ่แข็งแรง 1 คน เสียชีวิตได้ และในบุรี่มีนิโคตินอยู่ประมาณ 0.6-2.6 มิลลิกรัมต่อมวน หมายความว่า การสูบบุหรี่ติดต่อกัน 12 มวน อาจทำให้เราเสียชีวิตได้

ดื่มแอลกอฮอล์อย่างไรให้ปลอดภัย