อาหารเสริมสำหรับเด็กทารก 0-1 ปี

อาหารเสริมสำหรับเด็กทารก 0-1 ปี

ถ้าลูกได้อาหารที่เหมาะสมทุกช่วงวัยจะทำให้ลูกมีรูปร่างสมส่วน แข็งแรง และมีสติปัญญาดี ร่าเริง ลูกน้อยวัยแรกเกิดถึง 1 ปี ควรได้รับอาหารเสริมตั้งแต่อายุกี่เดือน และควรเป็นอาหารประเภทใด?

อาหารเสริมทารกวัย 0-4 เดือน

ให้ลูกดื่มนมแม่เพียงอย่างเดียวให้เพียงพอในแต่ละวัน แต่ยังไม่ควรให้อาหารเสริม เพราะระบบย่อยยังทำงานได้ไม่ดี อาจทำให้มีอาการท้องอืดได้ และระบบขับถ่ายมีปัญหา ที่สำคัญอาหารที่แม่กินมีผลต่อน้ำนมแม่ ดังนั้นคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีปริมาณพอเหมาะ และดื่มน้ำให้เพียงพอ

อาหารเสริมทารกวัย 4-6 เดือน

ในวัยนี้ยังไม่จำเป็นต้องให้อาหารเสริม นมแม่เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ หรือจะเพิ่มอาหารเสริมทีละน้อย ซึ่งเด็กวัยนี้สามารกินผักได้ทุกชนิด ข้าว มัน เผือก ธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้งชนิดต่างๆ เม็ดพืชชนิดต่างๆ นำไปต้มใส่เกลือไอโอดีนเล็กน้อย แล้วนำไปบดหรือปั่นให้เนื้ออาหารเนียนละเอียดแบบโยเกิร์ต โดยให้เริ่มทานผักก่อนผลไม้ประมาณ 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน เพราะผลไม้มีรสหวาน เด็กบางคนถ้ารู้จักหวานก่อนอาจไม่ยอมกินจืด

1 มื้ออิ่ม ประมาณ 5-8 ช้อนโต๊ะ โดยวันแรกให้กินแค่ 1 ช้อนโต๊ะ และค่อยๆ เพิ่มไปวันละ 1 ช้อนโต๊ะ และให้ลดนมในมื้อนั้นลงตามอาหารที่เพิ่มขึ้น เช่น ถ้าทานข้าว 1 ช้อนโต๊ะ ก็ลดนมลง 1 ออนซ์ เพื่อฝึกทักษะในการกินอาหาร จนในที่สุดลูกสามารถกินอาหารแทนนมได้ 1 มื้อ เมื่ออายุ 6 เดือน

อาหารเสริมทารกวัย 7-8 เดือน

ให้อาหารบดวันละ 1 มื้อ แทนนมเมื้อนั้นไปเลยในตอนเช้าหรือตอนกลางวัน ประมาณ 5-8 ช้อนโต๊ะ ใส่เนื้อสัตว์ เช่น ตับ ไข่แดง ไก่ หมู ปลาน้ำจืด ผสมลงไปด้วย 1 ช้อนโต๊ะพูน แต่ยกเว้น ไข่ขาว อาหารทะละ ผลไม้รสเปรี้ยว ให้เริ่มหลัง 1 ปี เพราะเป็นอาหารแพ้ง่าย

วัยนี้จะมีผลไม้เป็นอาหารว่างเพิ่มเข้ามา 1 มื้อ เช่น กล้วย มะละกอ แอปเปิ้ล ชมพู่ สาลี แคนตาลูป แตงไทย แตงญี่ปุ่น ล้างแล้วปั่นให้ได้ 3 ช้อนโต๊ะ ป้อนหลังดื่มนม 1 ชั่วโมงครึ่ง หลังจากนั้นจะกินอาหารทดแทนนมได้ 2 มื้อ เมื่ออายุ 8 เดือน

อาหารเสริมทารกวัย 9-12 เดือน

วัยนนี้ให้ลูกเริ่มหัดทานเองได้แล้ว ไม่ต้องกลัวเลอะ โดยเนื้ออาหารจะหยาบขึ้นเป็นข้าวต้มเม็ดๆ เริ่มฝึกให้ลูกเคี้ยว โดยไม่เกี่ยวกับมีฟันหรือไม่มี ถ้าป้อนแล้วลูกไม่คายออกมา และไม่ไอแค็กติดคอ แสดงว่าลูกสามารถทานได้ และให้ลูกทานอาหาร 3 มื้อ เมื่ออายุ 10 เดือน

อาหารเสริมทารกวัย 1 ปีขึ้นไป

ควรได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ เป็นอาหารมื้อหลัก 3 มื้อ และอาหารว่าง 2 มื้อ ไข่ขาว อาหารทะเล ผลไม้รสเปรี้ยวสามารถทานได้ โดยส่วนใหญ่แล้วหลังอายุ 1 ปี ลูกสามารถกินข้าวสวยได้ อาหารประเภทข้าวตุ๋นกับเนื้อสัตว์ชิ้นเล็กๆ เปื่อยๆ ได้ แต่ต้องดูด้วยว่าลูกทานได้ใหม ถ้าป้อนแล้วเขาคายออกมา หรือว่ากลืนแล้วแล้วไอแค็กติดคอ แสดงว่ากินต่อไม่ได้ ให้กลับไปกินอาหารที่นิ่มกว่าเดิม แล้วเดือนหน้าค่อยลองใหม่

ข้อแนะนำ

  • หากเกิดความผิดปกติ เช่น ท้องเดิน ปากบวม หรือมีผื่น หลังการกินอาหารชนิดใหม่ ต้องหยุดและปรึกษาแพทย์
  • อาหารว่าง คือ อาหารที่ให้เสริมเพิ่มเติมจากอาหารมื้อหลัก และควรเป็นอาหารที่มีประโยชน์ เช่น นมและผลไม้ หรือขนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และต้องไม่เน้นรสหวาน มัน และไม่เค็มจนเกินไป
  • อาหารเสริมใน 1 ปีแรกห้ามปรุงรส เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับอาหารรสธรรมชาติ ไม่ติดรสเค็ม หวาน แต่สามารถใส่เกลือไอโอดีนได้นิดหน่อย
  • ในแต่ละวัย อาหารหลัก คือ มื้ออาหารที่มีครบทั้ง 5 หมู่ โดยจะต้องให้มีความหลากหลายในอาหารแต่ละมื้อ

ถ้าอยากให้ลูกสูงต้องทำอย่างไร?

ถ้าอยากให้ลูกสูงต้องทำอย่างไร?

การเพิ่มความสูงในเด็กอย่างรวดเร็ว ต้องให้เด็กทานอาหารที่จำเป็นต่อความสูง จะช่วยให้เด็กสูงขึ้นอีกมาก โดยเฉพาะในเด็กวัย 9-11 ปี และวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงที่ปลายของกระดูกมีการขยายเติบโต

ปกติแล้วเด็กๆ จะมีความสูงโดยเฉลี่ยเท่าๆ กัน แต่เด็กผู้หญิงจะเริ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนเด็กผู้ชายในวัย 9-13 ปี หรือก่อนมีประจำเดือน ถ้ามีประจำเดือนแล้วจะทำให้สูงขึ้นได้อีกไม่มาก และหมดความสูงเมื่ออายุ 19-20 ปี ส่วนเด็กผู้ชายจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในวัย 10-16 ปี และหยุดความสูงเมื่ออายุ 21-22 ปี

วิธีเพิ่มความสูงอย่างรวดเร็ว

  1. ควรเร่งความสูงเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น หรืออายุ 9-16 ปี โดยให้กินโปรตีนเยอะๆ ทางการแพทย์แนะนำให้กินโปรตีนที่มาจากสัตว์ เช่น นม เนื้อสัตว์ ไข่ มากกว่าที่เป็นโปรตีนจากพืช เพราะเป็นโปรตีนที่สมบูรณ์ และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบ 20 ชนิด
  2. เข้านอนก่อน 4 ทุ่ม นอนที่มืด ไม่มีเสียงและแสงรบกวน การนอนลักษณะนี้จะสนับสนุนให้มีการหลั่งของโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้กระดูกของเราเจริญเติบโตมากขึ้นในแนวยาว ทำให้ตัวของเรานั้นสูงขึ้นได้ เพราะฉะนั้นเด็กที่นอนเร็วพักผ่อนอย่างเพียงพอจะทำให้ตัวสูง
  3. ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ควรให้เด็กๆ ออกกำลังกายชนิดแอโรบิค คือ เคลื่อนใหวร่างกายทุกส่วนอย่างสม่ำเสมอ และควรทำติดต่อกันอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที จะช่วยให้สูงขึ้นได้

ดื่มนมช่วยให้สูงขึ้นจริงหรือ?

จริงๆ แล้วนมไม่ได้ทำให้เด็กนั้นสูงโดยตรง และไม่ใช่คำตอบเดียวของความสูง เพราะการที่คนเราจะสูงขึ้นนั้นต้องมีการสร้างกระดูก ซึ่งกระดูกเกิดขึ้นมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ที่สำคัญการที่กระดูกจะเจริญเติบโตขึ้นต้องอาศัยโกรทฮอร์โมน ที่สร้างมาจากโปรตีนที่มีกรดอมิโนครบและเพียงพอ

แคลเซียมไม่ใช่ตัวเร่งความสูงก็จริง แต่ถ้าขาดแคลเซียมจะทำให้ความสูงชะงักได้ ดังนั้นวัยรุ่นต้องดื่มนมเป็นประจำเพื่อกระดูกที่แข็งแรง และให้ความสำคัญต่อการรับประทานโปรตีนที่เพียงพอในแต่ละวันเพื่อเร่งความสูง

การเพิ่มความสูงหลังอายุ 20 ปี

สำหรับคนที่กระดูกปิดแล้วก็ยังมีโอกาสเพิ่มความสูงได้อีก 1-3 เซนติเมตร เพราะระหว่างกระดูกแต่ละข้อจะมีส่วนที่เป็นกระดูกอ่อน ถ้าเราสามารถออกกำลังกายในท่าที่จะทำให้กระดูกอ่อนนั้นหนาตัวขึ้น เราก็จะสูงขึ้น โดยการออกกำลังกายที่มีการลงน้ำหนักและทำติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3-6 เดือน เช่น กระโดดเชือกวันละ 600 ครั้ง

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับความสูง

  • การออกำลังกายไม่มีผลกระทบต่อความสูง ถ้าเราไม่ออกหนักมากๆ เกินไปจนทำให้ร่างกายอ่อนล้า
  • พันธุกรรมเป็นตัวกำหนดความสูงแค่ 20-30 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นอาหารการกินและการออกกำลังกายเป็นตัวกำหนดความสูงมากกว่า
  • ฮอร์โมนเพศชายจะทำให้เด็กผู้ชายตัวโตอย่างรวดเร็วในช่วงที่เข้าสู่วัยรุ่น ส่วนฮฮร์โมนเพศหญิงจะทำให้กระดูกปิดเร็วขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นเด็กผู้หญิงที่มีประจำเดือนเร็วก็จะตัวค่อนข้างเล็ก
  • โกรท ฮอร์โมน หรือฮอร์โมนที่ทำให้สูงนั้นจะหลั่งออกมามากขณะที่หลับลึก และออกกำลังกายนั้นเอง
  • อยากรู้ส่วนสูงจริงของเราต้องวัดในตอนเช้า เพราะร่างกายเราจะหดลงเมื่อทำกิจกรรมต่างๆ ประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร และจะยืดกลับมาเหมือนเดิมเมื่อเรานอน