กินกล้วยทุกวัน ป้องกันหลายโรค

กล้วย (banana)

กล้วยอุดมไปด้วยน้ำตาลธรรมชาติ 3 ชนิด คือ ซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส น้ำตาลเหล่านี้จะหมุนเวียนในกระแสเลือด ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว นักกีฬาจึงมักจะกินกล้วยเป็นอาหารเพื่อเพิ่มพลังก่อนหรือระหว่างการแข่งขัน เพราะการกินกล้วยเพียงแค่ 2 ลูก สามารถเพิ่มพลังงานได้นานถึง 90 นาที ต่อการการออกกำลังกายอย่างเต็มที

กล้วยยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี6 วิตามินบี12 วิตามินซี และกากใยอาหาร ช่วยป้องกันโรคต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายของเราได้

ประโยชน์ของกล้วย

  1. ช่วยลดกลิ่นปาก ควรทานหลังตื่นนอนตอนเช้า
  2. กล้วยเป็นอาหารบำรุงสมอง ทำให้ตื่นตัวในการทำงานหรือมีสมาธิในการเรียนมากขึ้น
  3. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการชะลอควาวมแก่
  4. ลดอาการหงุดหงิดยามเช้า โดยเฉพาะผู้หญิงในช่วงประจำเดือนมา
  5. ลดอาการเมาค้าง เพราะน้ำตาลในกล้วยจะช่วยชดเชยน้ำตาลที่ร่างกายขาดไปจากการดื่มแอลกอฮอล์
  6. ช่วยลดความอ้วน แต่ต้องทานกล้วยที่สุกพอดี ไม่สุกมากเกินไป
  7. สารอาหารในกล้วยเกือบเทียบเท่าน้ำนมแม่
  8. ลดความเครียด และช่วยให้นอนหลับสบาย

กล้วยช่วยป้องกันและรักษาโรคอะไรได้บ้าง

  1. อาการท้องผูก เพราะกล้วยมีเส้นใยและกากอาหารซึ่งจะช่วยให้ขับถ่ายได้อย่างปกติ
  2. โรคโลหิตจาง และภาวะขาดกำลัง เพราะในกล้วยมีธาตุเหล็กสูง
  3. โรคกระเพาะ ลำไส้เป็นแผล ลดอาการเสียดท้องและลดกรดในกระเพาะ เพราะเนื้อของกล้วยมีความอ่อนนิ่ม ทำให้ลดการระคายเคืองและช่วยเคลือบกระเพาะอาหารและผนังลำไส้ได้
  4. โรคความดันโลหิตสูงหรือเส้นเลือดฝอยแตก
  5. โรคซึมเศร้า ภาวะเครียด ช่วยในการผลิตสารแห่งความสุข ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอารมณ์ได้ดี
  6. ช่วยลดอาการเกิดตระคริวบริเวณมือ เท้า และน่อง
  7. ช่วยลดอาการแพ้ท้อง

การเลือกซื้อกล้วย

  1. เลือกซื้อกล้วยที่กลม ไม่มีเหลืยม ขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญเพราะกล้วยที่มีเหลี่ยมคือกล้วยอ่อน ลูกกลมคือกล้วยที่แก่เต็มที่พร้อมตัด
  2. นับจำนวนกล้วยใน 1 หวี ไม่มากหรือน้อยกว่า 14-16 ลูก เพราะเป็นกล้วยกลางเครือจะมีวิตามินมากที่สุด
  3. เลือกสีออกค่อนข้างเขียว เพราะสามารถเก็บรักษาได้หลายวัน และควรทานเมื่อมีสีเหลืองแต่ยังมีสีเขียวบ้างนิดหน่อย เพราะการทานกล้วยที่สุกเกินไปอาจทำให้อ้วนได้ เพราะไฟเบอร์ในกล้วยจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเมื่อกล้วยสุกเต็มที

Tips

  • ทานกล้วยก่อนออกกำลังกาย จะช่วยเพิ่มพลังในการออกกำลังกาย ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขกับการออกกำลังกาย
  • กล้วยเมื่อถูกความร้อนหรือผ่านการปรุงสุก เช่น กล้วยบวชชี กล้วยปิ้ง ร่างกายจะสามารถดูดซึมแคลเซียมมากขึ้นถึง 4 เท่า ดีมากสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุและหญิงวัยทอง

ข้าวกล้อง (brown rice)

ข้าวกล้อง (brown rice)

ข้าวกล้องมีเกลือแร่ และวิตามินต่างๆ รวมกันกว่า 20 ชนิด ช่วยให้ส่วนต่างๆของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ บำรุงสมอง ทำให้เรียนเก่งขึ้น และยังช่วยคงความอ่อนวัยให้กับเราได้ด้วย

ข้าวกล้องคืออะไร ต่างจากข้าวขาวอย่างไร

ข้างกล้อง คือ ข้าวที่สีเอาเปลือกหรือแกบออกเท่านั้นโดยไม่ได้ขัดสีเอาจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวออก มีสีน้ำตาลอ่อน และมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าข้าวขาวที่เรารับประทานกันเป็นประจำ ซึ่งข้าวขาวจะผ่านกระบวนการขัดสีหลายครั้งจนเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวและจมูกข้าวหลุดออกไปเหลือแต่เมล็ดข้าวที่ขาว ส่วนที่ถูกขัดออกนั้นคือ รำข้าว ที่มีทั้ง โปรตีน วิตามิน เกลือแร่และสารต้านอนุมูลอิสระอีกจำนวนมาก

บางคนเรียกข้าวกล้องว่าข้าวซ้อมมือหรือข้าวแดง เนื่องจากในสมัยโบราณชาวบ้านใช้วิธีตำเอาเปลือกออกจึงเรียกว่าข้าวซ้อมมือ แต่ปัจจุบันเราใช้เครื่องจักรสีข้าวแทนจึงเรียกข้าวที่สีเอาเปลือกออกนี้ว่าข้าวกล้อง

ประโยชน์ของข้าวกล้อง

  1. ช่วยทำให้อิ่มท้องได้นาน และมีแป้งน้อยกว่าข้าวขาวช่วยลดความอ้วนได้ ส่วนคนที่ผอมจะสมบูรณ์ขึ้น เนื่องจากได้รับสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์เพิ่มขึ้น
  2. มีธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันโลหิตจาง ซึ่งคนส่วนใหญ่ขาดธาตุเหล็กมากกว่าขาดวิตามิน โดยเฉพาะคนที่จำกัดอาหาร คนสูงอายุ สตรีมีครรภ์
  3. มีวิตามินบี 1 มากกว่าข้าวขาวประมาณ 4 เท่า ถ้าทานเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคเหน็บชาได้
  4. มีวิตามินบี 2 มาก ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก
  5. มีวิตามินบีรวม ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการอ่อนเพลีย ขาไม่มีแรง อาการปวดแสบและเสียวในขา ปวดน่อง ปวดกล้ามเนื้อ ลิ้นแตกหรือมีแผล ริมฝีปากเจ็บหรือมีแผล และโรคเกี่ยวกับระบบประสาทบางชนิด นอกจากนี้วิตามินบีรวมในข้าวกล้องยังช่วยบำรุงสมอง และเจริญอาหาร
  6. มีแคลเซียมและโปรตีน ทำให้กระดูกแข็งแรง เสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ และป้องกันไม่ให้เป็นตะคริว
  7. มีไขมัน ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย
  8. ช่วยป้องกันอาการท้องผูกและมะเร็งลำใส้ใหญ่
  9. ข้าวกล้องยังช่วยบำบัดรักษาโรคมะเร็ง เนื่องจากเซลล์มะเร็งจะกระจายตัวเร็วขึ้นเมื่อมีน้ำตาลในร่างกายสูง ซึ่งข้าวกล้องจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยปรับสมดุลในร่างกายทำให้มะเร็งเกิดการชลอตัวหรืออาจจะหยุดการแพร่กระจายได้
  10. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในปริมาณปกติ

ยาเสื่อมสภาพ

ยาเสื่อมสภาพ

อายุของยาขึ้นอยู่กับวิธีการเก็บรักษา ยาเสื่อมคุณภาพก่อนวันหมดอายุส่วนใหญ่เกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกวิธี เช่น โดนแดด ความชื้น ซึ่งยาเสื่อมสภาพเหล่านี้จะไม่มีผลในการรักษาและยังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

วิธีสังเกตุยาเสื่อมคุณภาพและยาหมดอายุ

ดูวันหมดอายุ ถ้าในฉลากไม่ระบุวันหมดอายุให้ดูวันเดือนปีที่ผลิต ซึ่งโดยทั่วไปยาน้ำที่ยังไม่เปิดใช้มีอายุ 3 ปี ยาเม็ดที่ยังไม่เปิดใช้มีอายุไม่เกิน 5 ปี ยาชนิดอื่นที่ยังไม่เปิดใช้มีอายุ 3 ปีนับจากวันที่ผลิต และลักษณะของยาที่เปลี่ยนไปจากเดิม รูปร่าง สีและกลิ่น เช่น

  • ยาผงและแกรนูล ก่อนใช้สังเกตุได้จากการจับตัวกันเป็นก้อนแข็งหรือเยิ้มเหลว
  • ยาเม็ดฟู่และยาผงฟู่ มีความแข็งมากขึ้นและไม่เกิดการฟู่เมื่อผสมน้ำ
  • ยาเหน็บทวาร มีลักษณะอ่อนนุ่มเกินไป โค้งงอ มีคราบน้ำมันที่กล่อง
  • ยาน้ำเชื่อม ยาสารละยาย และยาอิลิกเซอร์ มีสีขุ่น การตกตะกรอนของยาที่ละลายได้น้อย การตกผลึกของน้ำตาล มีสี กลิ่นและรสเปลี่ยนไป
  • ยาที่เป็นเนื้อครีม แห้งไม่เหนียวเหมือนเดิม ยาบางชนิดมีสีที่คล้ำลง
  • ยาเม็ด มีรอยร้าวหรือบิ่น แตกหักง่าย เม็ดยาบวมมีรอยด่าง เม็ดยาเกาะติดกัน มีสีที่เข็มขึ้นหรือจางลงไปจากเดิม

วิธีเก็บรักษายา

  1. เก็บให้พ้นแสดงแดดและความอับชื้น
  2. ยาที่เก็บต้องมีฉลากยาระบุชัดเจน
  3. ปิดฝาหรือผนึกยาให้สนิท

หลังจากเปิดขวดยา ยาจะเริ่มเสื่อมคุณภาพ ซองยาที่ใช้เก็บยาจะสามารถเก็บยาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่ควรซื้อยาไปเก็บไว้เป็นจำนวนมากแต่ควรซื้อไปเพื่อใช้เป็นครั้งคราวเท่านั้น และไม่ควรรับประทานยาที่มีลักษณะผิดรูปไปจากเดิมเพราะอาจเป็นยาที่เสื่อมคุณภาพ ยาที่หมดอายุหรือเสื่อมสภาพต้องนำไปทึ้งทั้นที

ใช้ยาหมดอายุ ปลอดภัยหรือไม่

กินไข่ทุกวัน ดีหรือไม่?

กินไข่ทุกวัน ดีหรือไม่?

งานศึกษาวิจัยใหม่พบว่าการบริโภคไข่เป็นประจำวันละ 2 ฟอง ไม่มีผลกระทบต่อระดับไขมันในร่างกาย แต่ควรเลี่ยงอาหารที่มีคอลเลตรอลสูงอย่างอื่น

สารอาหารในไข่

  • ไข่อุดมไปด้วยโปรตีน ไข่ 1 ฟอง มีโปรตีนคุณภาพดี 6 กรัม และกรดอะมิโนที่สำคัญอีก 9 ชนิด
  • ไข่แดงประกอบไปด้วนสารอาหารต่างๆมากมาย เช่น โปรตีน ไขมันที่ดี โคลีน วิตามินต่างๆ
  • ไข่ขาวจะมีโปรตีนเป็นหลัก เหมาะสำหรับคนอ้วน หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดของ ซึ่งโปรตีนในไข่ขาว 2 ฟอง เท่ากับไข่ 1 ฟอง

กินไข่วันละกี่ฟองดี?

ในคนปกติสามารถทานได้ทุกวัน วันละ 1-2 ฟอง คนที่ต้องระวัง คือ คนที่เป็นเบาหวาน เป็นโรคหัวใจ และกลุ่มคนที่มีคอเลสเตอรอลสูง สามารถทานได้ 3 ฟองต่อสัปดาห์

ข้อดีของการบริโภคไข่เป็นประจำ

  1. ไข่เป็นอาหารที่ดีสำหรับดวงตา แค่รับประทานไข่วันละฟองจะช่วยป้องกันโรคจอประสาทเสื่อมได้
  2. ไข่ทำให้เป็นต้อกระจกน้อยลง เพราะในไข่มีสารอาหารที่ดีต่อเรติน่า
  3. ไข่ช่วยป้องกันไม่ให้เลือดจับตัวเป็นก้อน ช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดอุดตันในสมองและภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
  4. ไข่เป็นแหล่งโคลีนที่ดี ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการควบคุมการทำงานของสมอง ระบบประสาทและระบบไหลเวียนของเลือด
  5. กินไข่ได้วิตามินดี เพราะไข่เป็นอาหารเพียงชนิดเดียวที่เป็นแหล่งวิตามินดีตามธรรมชาติ
  6. ไข่อาจช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมได้ มีผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานไข่ 6 ฟองต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเต้านมได้ถึง 44 เปอร์เซนต์
  7. ไข่ทำให้เส้นผมและเล็บมีสุขภาพดี เพราะในไข่มีซัลเฟอร์สูง หลายคนจึงพบว่าผมยามเร็วขึ้นหลังจากเริ่มทานไข่เป็นประจำ

คอลลาเจนคืออะไร

คอลลาเจนคืออะไร

คอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ใต้ชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวชุ่มชื้น เรียบตึง ซึ่งเซลล์ในร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้เอง โดยเฉพาะในวัยเด็กร่างกายจะมีคอลลาเจนหนาแน่น ทำให้เด็กและวันรุ่นมีผิวที่ใส ตึงเรียบ แต่เมื่ออายุเลยยี่สิบปีขึ้นไปคอลลาเจนจะเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆและเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดริ้วรอยรอยเหี่ยวย่นตามมา ริ้วรอยแรกที่พบได้บ่อยคือรอยตีนกา

สาเหตุคอลลาเจนเสื่อมสภาพ

นอกจากอายุที่มากขึ้นแล้ว สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพเร็ว คือ แสงแดด การโดนแดดจะทำให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งจะไปทำลายเส้นไยของคอลลาเจนทำให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น 

วิธีปกป้องคอลลาเจน

  1. หลีกเลี่ยงแสดงแดดที่แรงในช่าง 10 โมง ถึง บ่าย 2 โมง และทาครีมกันแดด
  2. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คอลลาเจนสูญสลาย
  3. หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล และรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น อาหารจำพวกเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี จะช่วยชลอการสลายตัวของคอลลาเจนได้ เช่น ปลาทะเลน้ำลึก ปลาทู เห็ดทุกชนิด คะน้า ถั่วเหลือง หน่อไม้ฝรั่ง แตงกวา พริกหวานสีแดง ขึ้นฉ่าย มะเขือเทศ ส้มโอ แครอท แก้วมังกร และแอปเปิ้ล

การฉีดคอลลาเจน

การฉีดคอลลาเจนอาจทำให้ผิวอุ้มน้ำได้ดีเกิดความชุ่มชื้นเรียบตึง แต่ส่วนใหญ่สารคอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปจะมีอาการแพ้สูงมาก

ครีมบำรุงผิวผสมคอลลาเจน

การทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนนั้นไม่พอ เพราะคอลลาเจนไม่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้ด้วยการทา คอลลาเจนที่อยู่ในครีมต่างๆ จะอยู่ได้แค่ชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น ซึ่งทำให้ผิวหนังกำพร้าชุ่มชื้นขึ้นแต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาริ้วรอยได้

การทำเลเซอร์

กระตุ้นการสร้างผิวใหม่ โดยการทำเลเซอร์ หรือ การลอกผิวด้วยสารเคมี เรียกว่า เคมิเคิล พิลลิ่ง (chemical peeling) เพื่อเป็นการกระตุ้นทำให้เกิดแผลตื้นๆเพื่อร่างกายจะสร้างผิวใหม่และคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วยว่ามีคุณสมบัติและปฏิกิริยาในการตอบสนองได้มากน้อยเพียงได บางคนตอบสนองการกระตุ้นได้ดี บางคนน้อยหรือบางคนไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นเลย เช่น คนที่ทำงานกลางแดดผิวจะเสื่อมสภาพเร็วคุณสมบัติของผิวจะสามารถตอบสนองการกระตุ้นได้น้อยกว่าคนที่พยายามหลบแดดหรือทำงานในร่ม