ปวดท้องประจำเดือน

ปวดท้องประจำเดือน

สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูกในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน โดยเฉพาะในสตรีวัยเจริญพันธ์ ซึ่งจะมีอาการปวดตั้งแต่ครั้งแรกที่มีประจำเดือน และจะปวดอยู่ประมาณ 2-3 ปี หลังจากนั้นอาการปวดประจำเดือนก็จะเริ่มดีขึ้นและหายไปได้ หรืออาจจะปวดบ้างเล็กน้อยซึ่งเป็นเรื่องปกติไม่จำเป็นต้องทานยา

อาการปวดท้องผิดปกติ

หลังจากเป็นประจำเดือนผ่านมาแล้ว 1-3 ปี แต่ยังมีอาการปวดอยู่ หรือจากที่ไม่เคยปวดเลยแล้วเริ่มมีอาการปวดทีหลัง ปวดมากขึ้น ทานยามากขึ้น บางทีต้องเปลี่ยนยา จากทานยาเป็นฉีดยาทุกเดือน ซึ่งเป็นอาการปวดท้องประจำเดือนที่ผิดปกติ อาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น เป็น โรคช็อกโกแลตซีส หรือที่เรียกว่า เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบความเครียด ความวิตกกังวล การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น

การดูแลตัวเอง

  1. ใช้ถุงน้ำร้อนประคบบริเวณท้องส่วนล่าง ( ท้องน้อย) เป็นเวลา 20 นาทีหรือนานกว่านั้น
  2. อาบน้ำอุ่น ดื่มเครื่องดื่มอุ่น ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน น้ำอัดลม โซดาเพราะจำทำให้ท้องอืดและทำใหเกิดอาการปวดท้องได้
  3. หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่มีโซเดียมสูง และเลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงในช่วงที่มีประจำเดือน
  4. ออกกำลังกายช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้สารคัดหลั่งที่หลั่งออกมากระตุ้นความเจ็บปวดหายไปจากร่างกายได้เร็ว และช่วยทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
  5. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

ควรไปพบแพทย์เมื่อมีอากการดังต่อไปนี้

  • มีตกขาวเพิ่มมากขึ้นและมีกลิ่น
  • มีไข้และอาการปวดบริเวณกระดูกเชิงกราน
  • ปวดฉับพลันหรือรุนแรง โดยเฉพาะถ้าประจำเดือนมาช้าเกินกว่ากำหนด 1 สัปดาห์ และคุณได้มีเพศสัมพันธ์ในระหว่างนั้
  • มีอาการปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องทานยา หรือมีปริมาณประจำเดือนมากขึ้นกว่าปกติ