ลักษณะและอาการของลิ้นที่ผิดปกติ

ลิ้นผิดปกติ

เคยสังเกตุลิ้นตัวเองบ้างหรือไม่? ลิ้นเป็นอวัยวะหนึ่งที่จะสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสุขภาพของเราได้ ลิ้นที่มีสุขภาพดีควรมีสีชมพู อ่อนนุ่ม และมีปุ่มเล็กๆกระจายอยู่ทั่ว

ลักษณะและอาการของลิ้นที่ผิดปกติ

ลิ้นสีขาวซีด

อาจเป็นการบ่งบอกว่าร่างกายอ่อนแอหรือกำลังประสบปัญหาโลหิตจาง ซึ่งอาจเกิดจากการขาดธาตุเหล็ก

ลิ้นสีเขียวม่วง

อาจบ่งบอกถึงภาวะที่ร่างกายขาดออกซิเจน หรือเป็นโรคหัวใจพิการ อาจพบได้ในคนไข้ตับแข็งหรือตับวาย

ลิ้นเป็นฝ้าคล้ำ

อาจจะเกิดจากการสูบบุหรี่หรือการได้รับยาปฏิชีวนะในปริมาณมากและติดต่อกันเป็นเวลานานจนเกินไป ซึ่งจะไปทำลายเชื้อแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์บริเวณลิ้นรวมทั้งในระบบทางเดินอาหารจนอาจเกิดปัญหากับร่างกายได้

ลิ้นเป็นฝ้าขาว

อาจเกิดจากหลายสาเหตุ พบได้ในคนที่ร่างกายอ่อนแอ เช่น เด็กทารก คนชรา หรือคนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งจะทำให้เกิดการติดเชื้อราที่ลิ้น

ลิ้นแดงและเจ็บ

โดยเฉพาะเวลากินอาหารรสจัดจะทำให้รู้สึกแสบร้อน เรียกว่าอาการลิ้นเลี่ยน หรือ ภาวะลิ้นอักเสบแบบฝ่อ เกิดจากการขาดสารอาหารจำพวกวิตามินบี 1 หรือการเป็นเชื้อราในช่องปาก

ลิ้นอักเสบ แดง เจ็บ มีเลือดออกง่าย ขอบลิ้นแตกเป็นร่องแผล

เกิดจากการขาดสารอาหารจำพวกวิตามินบี 5

ลิ้นราบเรียบ

อาจเป็นสัญญาณของการขาดสารอาหารหลายชนิด เช่น กรดโฟลิก วิตามินบี 12 หรือธาตุเหล็ก ทำให้ผิวที่ขรุขระบนริ้นหายไป บางครั้งจะรู้สึกเจ็บลิ้นได้หรืออาจทำให้ลิ้นหดตัวลง

ลิ้นเรียบและแดง

อาจหมายถึงโรคโลหิตจางที่เกิดจากร่างกายดูดซึมวิตามินบี 12 ไม่ได้ หรือความผิดปกติของลำไส้ทำให้ดูดซึมอาหารได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย สามารถรักษาได้ด้วยการกินวิตามินเสริม

ลิ้นมีฝ้าขาว มีจุดแดงๆบนลึ้นและมีไข้ร่วมด้วย

มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือ ไวรัสบางชนิด

ลิ้นแตกเป็นร่อง

มักเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม อาจทำให้ริมฝีปากบวมได้ ถ้าทำความสะอาดไม่ดีแบคทีเรียจะไปสะสมอยู่ตามร่องทำให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย

ลิ้นสั่นหรือกระตุก

อาจเป็นผลข้างเคียงจากยาคลายประสาทหรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป

การดูแลสุขภาพลิ้น

ควรตรวจสุขภาพลิ้นเป็นประจำรวมไปถึงการรักษาความสะอาดลิ้นทุกวันด้วยการแปรงหรือขูดลิ้นเบาๆ จะช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ และยังทำให้ลมหายใจสะอาดสดชื่น

น้ำเต้าหู้มีประโยชน์อย่างไร?

น้ำเต้าหู้ (Soybean milk)

น้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองทำมาจากถั่วเหลือง มีสารอาหารอยู่มากมายเพราะเป็นพืชตระกูลถั่ว เป็นทั้งแหล่ง ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินบีต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และในถั่วเหลืองยังมีสาร อาซิน เลซิตินเป็นสารบำรุงสมอง ทำให้ความจำดี

ประโยชน์น้ำเต้าหู้

  1. ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันมะเร็งทางเดินอาหาร
  2. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกาย ชลอวัยและมีผิวพรรณสดใสเปร่งปรั่ง
  3. ช่วยบำรุงหลอดเลือดหัวใจและป้องกันมะเร็ง
  4. ลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีต่อสุขภาพให้น้อยลง
  5. ยับยังการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือดที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคหัวใจ
  6. บรรเทาอาการวัยทองในเพศหญิงวัยหมดประจำเดือนได้ เพราะนมถั่วเหลืองอุดมไปด้วยสารไฟโตเอสโตรเจนซึ่งมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง

แคลอรี่ในนมถั่วเหลืองที่ขายทั่วไป

  • นมถั่วเหลืองมีแคลอรี่อยู่ประมาณ 90- 220 กิโลแคลอรี่
  • พลังงานไขมัน 30- 70 กิโลแคลอรี่
  • น้ำตาล 1-18 กรัม ในน้ำเต้าหู้ร้อน ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ

น้ำเต้าหู้กินแล้วอ้วนไหม?

สารอาหารที่อยู่ในนมถั่วเหลืองจะช่วยในการลดระดับไขมันและคอเรทตรอลอลในร่างกายของเราได้ และให้พลังงานได้มากพอๆกับนมวัวถึงแม้แคลเซียมและสารอาหารบางอย่างอาจจะได้ไม่เท่า แต่ข้อดีที่สำคัญของนมถั่งเหลืองคือ “กินเท่าใหร่ก็ไม่อ้วน” เพราะในถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว ไม่มีคลอเลสเตอรอล

แนะนำให้ดื่มโปรตีนจากนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้วันละ 1-2 แก้ว ควรเลือกนมถั่วเหลืองที่มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยหรือไม่เติมน้ำตาลจะดีที่สุด และให้รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำควบคู่กันไปด้วยจึงจะส่งผลดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ทารกที่ได้ดูดนมแม่จะมีความสมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกายและสติปัญญา สารอาหารที่อยู่ในน้ำนมแม่จะมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนตามที่เด็กทารกต้องการต่อการเจริญเติบโตและมีภูมิคุ้มกันโรค

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3-5 วันแรกหลังคลอด คุณแม่จะมีน้ำนมเหลืองที่อุดมไปด้วยสารภูมิคุ้มกันโรคให้กับลูกน้อยแรกเกิด ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆที่เรามักพบในทารก เช่น โรคหวัด ปอดบวม ท้องร่วง และภูมิแพ้

ในน้ำนมแม่นั้นมีคุณประโยชน์เป็นอย่างมากโดยเฉพาะไขมันที่ทารกจะนำไปพัฒนาสมองและระบบประสาทในช่วงขวบปีแรกและสิ่งสำคัญของการให้นมคือทั้งคุณแม่และลูกน้อยจะได้สัมผัสกันอย่างแนบชิดก่อให้เกิดความรัก ความผูกพันธ์ เป็นการกระตุ้นระบบประสาทของทารกได้ดีที่สุดทำให้ทารกมีพัฒนาการที่เร็วกว่าทารกที่ไม่ได้รับการกระตุ้น

น้ำนมแม่ดีอย่างไร?

  1. มีภูมิคุ้มกัน ต้านทานต่อโรคติดเชื้อ ป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ มีสุขภาพที่แข็งแรง
  2. พัฒนาการด้านการเจริญเติบโต สมองและจิตใจ เด็กที่กินนมแม่จะมีระดับสติปัญญามากกว่าเด็กที่กินนมผง 3-11 จุด
  3. ย่อยง่ายเหมาะกับลูกแรกคลอด
  4. ช่วยให้รูปปากลูกสวยงาม มีเพดานปากและฟันที่สมบูรณ์
  5. การโอบกอดให้นมลูกจะสร้างความอบอุ่นและความไว้วางใจให้กับลูก มีผลต่อทางด้านจิตใจและอารมณ์
  6. มีอุณหภูมิที่พอเหมาะทำให้ย่อยง่ายถ่ายสะดวกและท้องไม่ผูก

นมแม่ช่วยให้ลูกน้อยฉลาด

ความฉลาดหรือไอคิวขึ้นอยู่กับ กรรมพันธุ์ สภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูและอาหารที่เหมาะสม การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นการเลี้ยงและอาหารที่เหมาะสมช่วยการเจริญเติบโตสมองของลูกให้ดียิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มไอคิวของทารกได้

ควรให้ลูกกินนมแม่นานแค่ใหน?

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวจนถึงอายุ 6 เดือน เพราะน้ำนมแม่ 6 เดือนแรก สามารถลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ เช่น ปอดบวม หอบหืด ภูมิแพ้และปัญหากระเพาะอาหาร ให้ลูกน้อยกินนมแม่ได้นานตามที่คุณแม่สะดวกและต้องการ ซึ่งนมแม่จะมีการปรับสารอาหารในน้ำนมตลอดเวลาด้วยกลไกธรรมชาติของร่างกาย เพราะฉะนั้นถึงแม้ลูกน้อยจะอายุ 1 เดือน 6 เดือน หรือ 2 ปี ลูกก็จะได้รับสารอาหารตามที่ร่างกายต้องการอย่างครบถ้วน ร่างกายของลูกน้อยยังต้องการสารอาหารจากนมแม่อย่างน้อยถึงอายุ 12 เดือน ดังนั้นควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จนลูกน้อยอายุครบ 1 ปีจะดีที่สุด

ดีกับคุณแม่อย่างไร?

  1. ช่วยให้คุณแม่กลับมามีรูปร่างสู่สภาพเดิมได้เร็วขึ้น เพราะไขมันที่สะสมในขณะที่ตั้งครรภ์ส่วนหนึ่งจะนำมาใช้ในการสร้างน้ำนมให้กับลูกน้อย
  2. การให้ลูกกินนมแม่จะช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ช่วยขับน้ำคาวปลาและโอกาสที่แม่จะเป็นมะเร็งเต้านมและรังไข่น้อยกว่าแม่ที่ไม่ได้ให้ลูกกินนมตนเอง

Tips

เด็กที่กินนมแม่จะมีการเจริญเติบโตที่เหมาะสม บางคนคิดว่ากินนมแม่แล้วตัวเล็กซึ่งเป็นการเข้าใจผิด เด็กจะตัวเล็กหรือตัวโตนั้นขึ้นกับลักษณะพันธุกรรม