โรคหูดหงอนไก่ (Genital warts)

โรคหูดหงอนไก่ (Genital warts)

โรคหูดหงอนไก่ เกิดจากเชื้อไวรัส HPV สามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือการสัมผัสทางเพศกับผู้ป่วย มีลักษณะนูนขึ้นมาคล้ายหูดหงอนไก่ของไก่ชน หรือ ดอกกะหล่ำ มักเป็นที่อวัยวะเพศของทั้งหญิงและชาย

ปัจจัยเสี่ยง

  1. การมีเพศสัมพันธ์อย่างสำส่อน การเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ 
  2. มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้ป้องกัน หรือการใส่ถุงยางอนามัยไม่ถูกต้อง 
  3. มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร 
  4. ผู้ที่มีภูมิคุ้นกันของร่างกายอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยโรคเอดส์ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน มะเร็ง ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เช่น สเตียรอยด์ หรือยาเคมีบำบัด รวมไปถึงหญิงตั้งครรภ์ด้วย 

อาการของโรคหูดหงอนไก่

อาการของโรคจะแสดงหลังการได้รับเชื้อแล้วประมาณ 3-4 เดือน ส่วนใหญ่จะเริ่มมีติ่งเนื้อเล็กๆ สีชมพู หรือสีเนื้อ บางครั้งเป็นสีขาว ขึ้นบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก ในผู้ชายส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ หรือบริเวณเส้นสองสลึง ถ้ามีการร่วมเพศทางทวารหนักก็จะมีหูขึ้นบริเวณทวารหนักได้เหมือนกัน ส่วนในผู้หญิงจะมีอาการตั้งแต่บริเวณปากช่องคลอด ผนังช่องคลอด ปากมดลูก และทวารหนัก

ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานไม่รักษา จะกลายเป็นก้อนหูดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และอาจไปกดเบียดอวัยวะต่างๆ เช่น ปัสสาวะ อาจทำให้ปัสสาวะไม่ออกหรือลำบาก กดเบียดบริเวณทวารหนัก อาจทำให้ถ่ายเป็นเลือดหรือถ่ายไม่ออก ผู้ป่วยบางรายอาจมีเลือดออกจากตำแหน่งของตัวก้อนหูดได้

แต่ในบางรายอาจแสดงอาการอะไรเลย บางรายเป็นมากเป็นน้อยไม่เหมือนกัน

การรักษาหูดหงอนไก่

แพทย์จะทำการแต้มยาที่บริเวณหูด เพื่อกระตุ้นภูมิต้านทานในร่างกายให้มีการยับยั้งและเก็บกินเชื้อไวรัสที่ฝั่งตัวอยู่ภายใต้ผิวหนัง หรือตามเส้นประสาทของร่างกาย โดยจะแต้มสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จนกระทั่งหูดหายไปหมด

ถ้าอยากทายาเองที่บ้าน สามารถทำได้แต่ต้องทายา 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือวันเว้นวัน นานประมาณ 16 สัปดาห์

ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อยาป้าย อาจจำเป็นต้องทำการจี้ด้วยความเย็น จี้เลเซอร์ จี้ไฟฟ้า หรือทำการผ่าตัด

วิธีป้องกัน

  • ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร 
  • สวมถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีทุกครั้งที่มีการร่วมเพศ 
  • ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคหูดหงอนไก่

  • โรคหูดหงอนไก่สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ ถ้ามีเพศสัมพันธ์กับผู้มีเชื้อไวรัส HPV อีก 
  • สตรีตั้งครรภ์ติดเชื้อโรคหูดในช่องคลอด และทำการคลอดบุตรผ่านทางช่องคลอด บุตรจะมีโอกาสติดเชื้อได้ 
  • โรคหูดหงอนไก่เป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เด็กมักมีอาการที่ฝ่ามือ 
  • ผู้ป่วยบางรายที่มีการติดเชื้อโรคหูดหงอนไก่ อาจมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งได้ในอนาคต 
  • โรคหูดหงอนไก่มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ดังนั้นผู้หญิงในวัยเจริญพันธ์ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในเป็นประจำทุกปี

โรคซิฟิลิส (Syphillis)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *